คติธรรม คำสอน สมเด็จโต | สมาคมดัมมี่
บุญชัย ศฤงคารศิริ ประธานสมาคมดัมมี่ สุดยอดแหล่งเรียนรู้ของคนชอบเล่นดัมมี่ ยินดีต้อนรับ Welcome to Dummy Club: The great site for Thai knock dummy lover ติดต่อ Contact Phone: 0838594567 Email: krujaab@gmail.com บุญชัย ศฤงคารศิริ ประธานสมาคมดัมมี่ สุดยอดแหล่งเรียนรู้ของคนชอบเล่นดัมมี่ ยินดีต้อนรับ Welcome to Dummy Club: The great site for Thai knock dummy lover ติดต่อ Contact Phone: 0838594567 Email: krujaab@gmail.com บุญชัย ศฤงคารศิริ ประธานสมาคมดัมมี่ สุดยอดแหล่งเรียนรู้ของคนชอบเล่นดัมมี่ ยินดีต้อนรับ Welcome to Dummy Club: The great site for Thai knock dummy lover ติดต่อ Contact Phone: 0838594567 Email: krujaab@gmail.com

Kao Jaab's lifestyle Free and Easy

ดูข่าว NEWS 1 ออนไลน์ กด เลือกอ่าน/ดู VDO

คติธรรม คำสอน สมเด็จโต

คติธรรม คำสอน สมเด็จโต พรหมรังสี

จงจำไว้นะ..อยากมีชีวิตที่ดี หมั่นสร้างบารมีไว้บ้าง แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง เมื่อยังไม่ถึงเวลาเทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ถ้าบุญกุศลโยมไม่มากพอ ท่านก็ทำได้แค่วางเฉย จงหมั่นสร้างความดี ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า


ถ้าโยมไม่อยากมีเวรกรรม ก็อย่าไปสร้างพยาบาทกับใครเขา ไม่อยากมีบาปติดตัวก็ อย่าไปทำกรรมชั่ว นี่เขาเรียกว่า เราละ คือ "ละ" ในสิ่งที่ไม่ดี


เมื่ออาตมาจะนอน อาตมาก็จะสวดแต่คำว่า

        พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

        ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

        สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

จนจิตมีความสงบนิ่งแล้ว จึงได้แผ่ส่วนกุศลไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลยอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย และอาตมาก็จำวัดนอนเป็นปกติ


มนุษย์จะทุกข์ได้ก็เพราะว่ายึดในอดีต ฟุ้งในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และไม่รู้หน้าที่ในปัจจุบันจึงทำให้มนุษย์นั้นหาหลัก หาทางไปไม่เจอ


ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งทีเราทำนี้เป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดี นี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน

การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้นคือการทำบุญด้วยความโลภ บุญนั้นย่อมจะไม่มีผล เขาจึงสอนไม่ให้หำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน


การทำบุญไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินเงินทอง การรักษาศีลและการเจริญภาวนาซึ่งสองอย่างนี้จะได้อานิสงส์ผลบุญมากกว่าการให้ทานเสียอีก


เราจะทำการบุญใดก็ตาม ขอให้มีศรัทธา และทำตามกำลังที่เราพอทำได้แล้วทำอยู่บ่อยๆเดี๋ยวมันก็สำเร็จได้


ทานคือการให้ ถ้ามีเงินมากก็ทำมาก มีเงินน้อยก็ทำน้อย ถ้าไม่มีเงินก็ใช้แรงกายช่วยให้เป็นทานได้

 

ผู้ใดเจริญเมตตาเป็นนิตย์ไปที่ใดย่อมมีแต่คนเมตตาช่วยเหลือ ยามมีภัยก็แคล้วคลาดปลอดภัย เหตุเพราะไม่คิดสร้างเวรพยาบาทกับใครนั่นเอง ศัตรูหมู่มารจึงอโหสิกรรมให้ก็ด้วยอำนาจแห่งการเจริญเมตตาโดยแท้


ทำปัจจุบันให้ดี ปัจจุบันนี้จะเป็นการกำหนดอนาคตให้โยมเอง เขาเรียกว่าทำเหตุดี ผลย่อมดี ดังนั้นถ้าโยมทำทุกวันของโยมนั้น ให้มีแต่ความดีมีแต่กุศลบุญ วันต่อไปโยมก็มีแต่กรรมดีอย่างเดียว


กรรมอันใดทำแล้ว ไม่เดือดร้อนในภายหลัง

กรรมนั้นเป็นกรรมดี เป็นกรรมที่สัตบุรุษชื่นชมยกย่อง

กรรมอันใดทำแล้ว เดือดร้อนภายหลัง

กรรมนั้นเป็นกรรมชั่ว เป็นของเผ็ดร้อนมีทุกข์มาก

กรรมอันใด ไปสู่มรรค นิโรธ ความดับทุกข์

กรรมนั้นเป็นกรรมเหนือกรรม

 

จงจำไว้ลูกเอ๋ย กรรมที่ทำด้วยเจตนาไม่ว่าดีหรือชั่ว ย่อมมีผลต่อผู้กระทำทั้งสิ้นไม่มีพรหมเทพองค์ใดจะช่วยเจ้าลบล้างกรรมนั้นได้ เจ้าจะต้องช่วยเหลือตนเองด้วยการสวดมนต์ ภาวนา แผ่เมตตา ผลแห่งบุญอันเป็นกรรมปัจจุบันจะช่วยเจ้าเอง


จิตใจของมนุษย์มีแต่ ความโลภ โกรธ หลง อันเป็นตัณหาเพิ่มพูนตลอดเวลา ถ้ามนุษย์รู้จักการชำระล้างจิตใจ ด้วยการมีทาน ศีล ภาวนา ทุกๆ วัน ความโลภ โกรธ หลง ก็จะค่อยหมดไปเอง ถ้าละได้ทั้งสุขและทุกข์ เมื่อนั้นเราก็จะไม่สุขไม่ทุกข์ จิตก็จะเป็นอรหันต์


ถ้าโยมอยากเปลี่ยนดวง เปลี่ยนวาสนา ให้เปลี่ยนความคิดเสียก่อน ความคิดนี้แลทำให้มนุษย์สร้างกรรมดี กรรมชั่ว เกิดจากใจที่ไปดำริ กิเลสนั้นก็เกิดจากใจ เมื่อความคิดมันเปลี่ยนได้ การกระทำมันก็เปลี่ยน ดวงโยมก็เปลี่ยน


เข้มแข็งด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยคำพูด แม้ชีวิตจะหนักเพียงใด หากใจมีธรรม ทุกอย่างย่อมผ่านไปได้




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น